สิ่งที่ช่วยจุดประกายความคิด / เรื่องๆเดียว มองได้หลายแง่-หลายมุม / ทางแก้ปัญหาที่ดีเมื่อมีเรื่องขุ่นข้องใจกับบุคคลอันเป็นที่รัก
posted on 17 Feb 2008 18:58 by firu in Phil, Socialศิลปิน : ลิเดีย (Lydia)
อัลบั้ม : Lydia
เพลง : จนกว่าวันนั้น
แม้เธอ จะดีแสนดีเท่าไหร่
แต่ฉันก็ยังคงไม่แน่ใจ
ว่ามันจะนานหรือเปล่า
ฉันกลัว ว่าความสัมพันธ์ระหว่างสองเรา
อาจจะบางเบาและไม่ยาวนาน
หากว่าเรานั้นก้าวเร็วไป
* กว่ามันจะกลายเป็นต้นไม้ต้นใหญ่
มันต้องใช้เวลาเอาใจใส่
ก็คงคล้ายกับใจของสองเรา
** อยากให้รอเวลา
ให้เราได้เรียนรู้กัน
อาจไม่ใช่วันนี้ ที่พูดคำนั้น
แต่พรุ่งนี้ก็คงยังไม่สายไป
ปล่อยให้วันเวลา
สร้างทางที่เชื่อมระหว่างสองใจ
เปลี่ยนจากคำว่าเธอ จากคำว่าฉัน
เปลียนเป็นคำว่าเรา จนกว่าวันนั้น
ช่วยรอได้ไหมเธอ
ขอเพียง ให้เธอนั้นยังมั่นคง
และรักที่มีให้กันไม่ลดลง
ฉันคงไม่ไปไหนไกล
สัญญา และขอให้เธอนั้นจงมั่นใจ
ต่อให้มันจะนานและทางจะไกล
แต่ว่าเราเดินไปด้วยกัน
(ซ้ำ * , **)
แล้วเมื่อถึงเวลา มันก็คงจะมีสักวัน
ที่ไม่ท้อไม่ทิ้งกันกลางทาง
คงจะไปถึงฝัน
(ซ้ำ **)
----------------------------------------------------------------------------
โดยส่วนตัวแล้ว ชอบอ่านอะไรที่ช่วยจุดประกายความคิดให้กับตัวเองได้
ยิ่งเป็นหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับ ...
การทำให้ตัวเองเข้าใจตัวเองมากขึ้น ...
การทำให้ตัวเองเข้าใจคนที่อยู่รอบตัวมากขึ้น ...
เราชอบเรียนรู้และสั่งสมประสบการณ์เกี่ยวกับเรื่องพวกนี้ ...
รวมไปถึง การจดบันทึกเพื่อไม่ให้หลงลืมไปตามอารมณ์ต่างๆ ด้วย
----------------------------------------------------------------------------
"การมี<ประสบการณ์ชีวิตที่แตกต่างกัน> ทำให้คนเรามี<แนวคิด และ การให้ความสำคัญกับเรื่องในแต่ละเรื่อง> ...... แตกต่างกันไปด้วย .."
เรื่องๆเดียว มองได้หลายมุม
(ยกตัวอย่างเช่น ประเด็นใน <เรื่อง A> ...
สามารถมองได้ด้วยมุมมองแบบ A-1, A-2, A-3, A-4 ฯลฯ)
แต่ในทางปฏิบัติ ..
สภาพแวดล้อมที่แต่ละคนโตมาหรือประสบการณ์ชีวิตส่วนบุคคล . .
เป็นปัจจัยที่ทำให้คนๆนั้น เลือกที่จะมอง <เรื่อง A> ในมุมมองแบบ A-1 และ A-2 เป็นสำคัญ
เค้าอาจไม่เถียงว่า
"เรื่องเดียวมองได้หลายมุมก็จริง ..
เราไม่เถียงว่า มุมมองแบบ A-3 และ A-4
ก็เป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ<เรื่อง A> นี้ ...
แต่ 'สิ่งที่มีผลกระทบกับจิตใจของเรา' คือ
'เรื่องราวที่สามารถมองเห็นได้จากมุมมองในแนวนี้ (A-1 และ A-2)' "
(หรือแนวไหนก็ว่าไป แล้วแต่ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น)
แต่ในขณะเดียวกัน ก็ต้องไม่ลืมว่า ...
"สิ่งที่มีผลกระทบต่อจิตใจของคู่กรณีของคุณ ก็คือ <เรื่องราวที่สามารถมองเห็นได้>จาก<มุมมองในแนวอื่นๆ>ด้วยเช่นกัน" (ซึ่งมุมมองเหล่านี้ อาจจะเป็นมุมมองที่คุณคาดไม่ถึงและไม่ได้มีผลกระทบต่อจิตใจคุณเลยแม้แต่น้อย)
ทั้งนี้ทั้งนั้น ...
ไม่ว่า หัวใจของตัวเอง หรือ ประสบการณ์ชีวิตของตัวเอง
จะทำให้เรารู้สึก 'OK' กับแนวคิดแบบไหนก็ตาม
แต่ ... อย่าลืมมองหา "ทางแก้ปัญหาที่ดี" ด้วยนะ ...
----------------------------------------------------------------------------
/me นั่งดื่ม "อามิโนโอเค-คนไทยไม่เครียด" มาเป็นสัปดาห์แล้ว orz ...
อารมณ์ความรู้สึกที่ว้าวุ่นใจอยู่กับเรื่องๆหนึ่ง
(ซึ่งเรื่องแย่ๆนั้นเกิดจากปัจจัยภายนอก หรือก็คือ
มีคนอื่นเป็นสาเหตุแห่งความทุกข์ของเรานั่นเอง)
ณ ท้ายที่สุดแล้ว ... อารมณ์ความรู้สึกนั้น .. เป็นแรงผลักดันทำให้เรื่องราวดำเนินไปในทิศทางที่ดีขึ้นรึเปล่า? .....โกรธ เศร้า เสียใจ หงุดหงิด กันได้ .... ก็ไม่ใช่พระใช่เจ้านี่นา (หมอเฉพาะทางเกี่ยวกับพวกเส้นประสาทเป็นคนบอกมาเอง) .... แต่เมื่อใจเย็นลงแล้ว ... พยายามกลับมาคิดไตร่ตรองดีๆอีกครั้ง ... ว่าอะไร ... จะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดทั้งสำหรับตัวเองและทั้งสำหรับคนที่อยู่รอบข้าง
ตั้งแต่เมื่อปลายปีที่แล้ว มีเหตุให้ขุ่นข้องเคืองใจกับผู้คนมากมาย ...
ทำให้นึกถึงเอนทรี่เก่าๆที่เคยเขียนไป ...
ชื่อของเอนทรี่นั้น คือ
สิ่งที่เรียกว่า "ความสัมพันธ์" ... มันไม่ใช่สิ่งของ ... ถึงจะหาคำมาเปรียบเทียบได้เป็นร้อยเป็นพัน .. แต่ มันยืดหยุ่นกว่าคำว่า "แก้วที่มีรอยร้าว" หรือ "เส้นยางที่ถูกดึงจนยืดและขาดไป"
สาระสำคัญของเอนทรี่นั้นอยู่ในเนื้อหาสีฟ้าตามที่ paste เอาไว้ในบรรทัดข้างล่างนี่ ...
----------------------------------------------------------------------------
ระหว่างพวกเรา ยังมีหลายเรื่องที่ยังคาใจ
แต่...บางเรื่อง ไม่ต้องเคลียร์หรือพูดออกมาตรงๆทุกรายละเอียดก็ได้มั้ง
ต่างคนต่างมีเรื่องให้ทำเยอะแยะมากมาย ...
คงไม่ว่างมานั่งพูดกันทีละเรื่องๆอย่างที่เด็กม.ปลายทำกันหรอก
อีกอย่าง ... ทางนี้ไม่มั่นใจว่า ถ้าพูดไปแล้ว จะทำให้เรื่องยิ่งบานปลายรึเปล่า
เพราะ "ต่างคนก็ต่างมีเหตุผลของตัวเอง"
"จะเคารพและให้ความสำคัญกับเหตุผลส่วนตัวของอีกฝ่าย" ก็เป็นข้อคิดที่ดีนะ
แต่ในทางปฏิบัติแล้ว ระหว่างคนสองคน กับหัวข้อสนทนาในเรื่องๆเดียวกัน
เหตุผล.......ที่คนสองคนจะนำมาอ้างอิง ..... บางทีก็ต่างกันเหลือเกิน ....
ต่างกันจนทำให้รู้สึกถึงความห่างเหิน และความลงรอยกันไม่ได้
แม้ว่า ... คนสองคนนั้น ... จะรักกันมากมายเหลือเกิน ...... ก็ตามทีเถอะ ...
.
.
.
.
แต่ว่า ... ไม่เป็นไรหรอก .... สิ่งที่เรียกว่า "ความสัมพันธ์" ... มันไม่ใช่สิ่งของ ...
ถึงจะหาคำมาเปรียบเทียบได้เป็นร้อยเป็นพัน
แต่ มันยืดหยุ่นกว่าคำว่า "แก้วที่มีรอยร้าว" หรือ "เส้นยางที่ถูกดึงจนยืดและขาดไป"
สิ่งของพวกนั้น ........ พูดออกมาแล้วก็ให้ความรู้สึกที่ว่า "ต่อกันไม่ติดอีกต่อไปแล้ว"
"ถึงต่อกันได้ แต่ก็ไม่เหมือนเดิม"
แต่ความสันพันธ์ของคนเรา ... มันเป็นคนละเรื่องกัน
ตราบเท่าที่หัวใจยังบอกว่า ยังรักเค้า ....
เรื่องมันก็จบเท่านั้นแหละ
ทุกๆความรู้สึกในแง่ลบ จะจางหายไปได้เรื่อยๆ
ตราบเท่าที่เธอยังรู้ตัวว่า เธอยังรักเค้าอยู่
ถึงแม้ว่าเวลามีคนมาถาม จะปฏิเสธตัวเป็นเกลียวว่า "คงค่อยๆห่างๆกันไป" ก็ตามทีเถอะ
ลองเปรียบเทียบกับคนรู้จักคนอื่นๆดู
ทำให้เข้าใจได้ว่า
คนดีอย่างพี่เค้า หาได้ยากมากนะ
คนเรา รู้จักกันแล้ว มันก็ต้องมีเรื่องเคืองใจกันบ้าง
แต่คงจะติดภาพว่า ที่ผ่านมาไม่เคยทะเลาะกันเลย ต่อไปก็คงไม่มีเรื่องอะไรกันหร๊อก
คิดแบบนั้น........ติดภาพลักษณ์ไปอย่างนั้น ...
มันก็จะทำให้เรารู้สึกผิดหวังมากๆ เวลาที่มีเรื่องทะเลาะกัน ...........
ซึ่ง............เรื่องมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ ... ผิดหวังมากจริงๆ...
จริงๆแล้ว ... ระหว่างเราสองคน .... ดีกันจะตายไป ....
แค่มีบุคคลที่ 3 และ 4 เข้ามามีส่วนร่วมด้วย
ทำให้หลายๆอย่างยุ่งเหยิง ...
เรื่องของปัจจัยภายนอก มันควบคุมยาก
อะไรคุมไม่ได้ก็ต้องทำใจ....
คุมใจตัวเองให้ได้ก็พอ...............
พยายามเข้านะตัวฉันเอง....
.
.
.
.
เดี๋ยวนี้เริ่มคิดแล้วว่า เวลาจะทำให้รอยร้าวระหว่างเราจางลงไป
ดูจากนิสัยคนทั้งสองคน .... เรา กับ พี่เค้า
เราเชื่อว่า ต่อให้ร้าวยังไง ก็ประสานกันได้เหมือนเดิม ....
ก็เพิ่งจะทราบว่า มันเวิร์คจริงๆ ...
ถ้าคุณๆทะเลาะกับใครล่ะก็ ลองใช้วิธีนี้ก็ดีนะ
คำพูดดีๆ + การพยายามสื่อควารรู้สึกในแง่ดี + ให้เวลากับตัวเองและอีกฝ่าย
ไม่ต้องไปรื้อฟื้นเรื่องเก่าๆหรอก
ไม่จำเป็นเลยที่ต้องหาข้อสรุปให้ได้ว่า ใครถูกใครผิด
หรือต้องพูดให้ได้ว่า
"สิ่งที่เธอทำลงไปตรงประเด็นนั้น มันเป็นการทำผิดต่อเรามากนะ ... แล้วไหนล่ะ คำขอโทษที่ควรจะมีให้เรา?"
ไม่จำเป็น....................มันไม่จำเป็นเลยจริงๆ .....
ถ้ายังพอมองเห็นได้แม้ซักนิดว่า
"ถ้าดีกันได้แล้ว ก็จะรักกันได้เหมือนเดิม" หรือ "อาจจะรักกันได้มากกว่าเดิม"
แค่นั้นก็พอแล้ว ....
รีบๆคืนดีกันเถอะ ....
ต่อไป ... เวลาเจอหน้ากัน ก็ขอให้พูดแต่เรื่องดีๆ ....
ทำแบบนี้ไป จะสร้างผลลัพธ์ที่ดีกว่าได้นะ ...
(จบเรื่องเล่าของเอนทรี่เก่า)
**** เขียนไว้ในวันที่ 26 เดือน 6 ปี 2007 ****
----------------------------------------------------------------------------
การจดบันทึก ช่วยทำให้ตัวเองไม่หลงลืมตัวไปตามอารมณ์ในแง่ลบ ...
อ่านเอนทรี่เก่าๆที่ตัวเองเขียนแล้ว ... มักได้กำลังใจเสมอๆ ...
เพราะ มีคติประจำใจ (ที่แฮ้ปมาจากหนังสือเล่มหนึ่ง) ว่า
"หากสูญเสียเส้นทางที่มองเห็นไป ให้ถามหัวใจถึงจุดหมายปลายทาง"
เวลาโกรธ เศร้า เสียใจ เพราะมีปัจจัยภายนอกมากระทบ
จะคิดย้อนไปว่า ...
ณ ท้ายที่สุดแล้ว ...
อยากรังสรรค์ชีวิตของตัวเองให้ดำเนินไปในแนวทางแบบไหน?
เรา ..... อยากเป็นคนที่สามารถเข้าใจในตัวตนของบุคคลอันเป็นที่รักได้ ...
ไม่จำเป็นต้องเข้าใจทั้งหมด ..
เพราะในทางปฏิบัติจริง ..
ไม่มีใครสามารถเข้าใจความนึกคิดของอีกฝ่ายได้ทั้งหมดครบทั้ง 100% อยู่แล้ว
ขอแค่ให้เข้าใจได้ดีในระดับหนึ่ง ...
ในระดับที่สามารถถนอมน้ำใจอันดีงามของเค้าไว้ได้ก็พอแล้ว ...
----------------------------------------------------------------------------
เมื่อซักประมาณอาทิตย์-สองอาทิตย์ก่อน เข้าไปอ่านบล็อคนี้มา .. บล็อคของคุณผึ้ง
เอนทรี่ที่ได้อ่านเป็นเอนทรี่แรกก็คือ ความเงียบกับการรอคอยคุยกัน
ลองคลิ๊กเข้าไปอ่านเอนทรี่นั้นกันสิ ... เราเชื่อว่า มันเป็นเอนทรี่ที่จะช่วยจุดประกายความคิดให้คุณได้ในหลายๆเรื่องๆเลยล่ะ
อ่านแล้วอ่านลืมคอมเมนต์ให้เจ้าของบล็อคเค้าด้วยนะโฮ่ง!
.
.
.
.
แล้วก็นะ กำลังจะบอกว่า ถ้าไม่คลิ๊กไปอ่านเรื่อง ความเงียบกับการรอคอยคุยกัน กันก่อน ... เดี๋ยวจะอ่านบล็อคเราต่อไม่รู้เรื่องน่ะสิ ...
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
----------------------------------------------------------------------------
อยากจะสารภาพว่ารัก
แต่เธอไม่อยากจะฟังใช่ไหม
เธอยังไม่ยอมเปิดใจให้กันเสียที
หนึ่งคำสารภาพว่ารัก
เมื่อไหร่จะยอมรับไว้ซะทีว่าฉันต้องทำอย่างไร
จะให้ฉันเฝ้ารออย่างนี้ถึงเมื่อไหร่
เพลง : สารภาพ << คลิ๊กตรงนี้เพื่อฟังเพลงออนไลน์
อัลบั้ม : Ost. อุ้มรัก
ศิลปิน : วิเชียร ตันติพิมลพันธ์
----------------------------------------------------------------------------
เราไม่ทราบว่า .. ในบรรดาคนที่อยู่รอบตัวเรา ... จะมีใครบ้างมั้ย?
ที่กำลังรอให้เราพูดคำบางคำ หรือว่า รอให้เราทำอะไรบางอย่าง
คนที่รอคอยด้วยความเงียบ ...
ต้องเข้าใจว่า เรื่องบางเรื่องก็ไม่อาจจะสื่อถึงกันได้ง่ายๆ ...
เรื่องบางเรื่อง
จำเป็นต้องมีการแสดงออกให้อีกฝ่ายรับรู้
ทั้งในรูปแบบของ การกระทำ และ คำพูด ..
เรื่องบางเรื่อง
ไม่อาจสื่อสารถึงกันได้อย่างสมบูรณ์
ถ้าหากสื่อกันด้วยการกระทำเพียงแค่อย่างเดียว
หรือสื่อกันด้วยคำพูดเพียงแค่อย่างเดียว
เพราะประสบการณ์ที่แตกต่าง ... ทำให้คนเรามีทักษะในการสื่อสารที่แตกต่างกัน ...
ไม่ว่าจะเป็นทักษะในฐานะของผู้ส่งสาร
หรือทักษะในฐานะของผู้รับสาร ก็ดี ...
เรื่องบางเรื่อง หลายๆคนอาจจะเห็นว่ามันเป็นเรื่องที่สำคัญมากสำหรับพวกเขา
แต่สำหรับเรา เราอาจจะรู้สึกว่า มันเป็นเรื่องเล็กน้อย ไม่ต้องใส่ใจให้มากนัก
ด้วยอารมณ์ความรู้สึก และ มุมมองที่แตกต่าง ..
อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด ..
ถ้าไม่พูด ไม่อธิบาย ก็ไม่มีวันเข้าใจกันได้ ....
แต่ถ้ามองด้วยความเข้าใจ ... และคิดไปว่า ...
"ถ้านี่ไม่ใช่เรื่องที่เธอคุ้นเคย เธอเลยไม่ค่อยเข้าใจ ...
งั้นก็ไม่เป็นไร......เดี๋ยวเราจะอธิบายให้เธอฟังเอง"
จากนั้นก็ค่อยๆคุยกันไป ... อย่างช้าๆ ไม่รีบร้อน ...
ให้เวลาทั้งกับตัวเอง และอีกฝ่าย ... ค่อยๆเรียนรู้ตัวตนและมุมมองของกันและกัน ....
เราเชื่อว่า ...
ไม่ว่าจะวันไหนๆ
พวกเราก็สามารถทำให้ความรักและมิตรภาพงอกงามได้ ...
ไม่จำเป็นต้องเป็นวันที่ 14 กุมภาพันธ์ เท่านั้น
สำหรับ ความเงียบ และ การรอคอย
ถ้าสองอย่างนี้มาเจอกันเอง ... รับรอง มิตรภาพพังแน่นอน ไม่ช้าก็เร็ว ..
แต่ ถ้ารู้จักนำทั้งสองอย่างนี้มาปรับใช้ไปพร้อมๆกัน
เพื่อ "การบ่มเพาะมิตรภาพ, ความรัก และความเข้าใจ"
เราคิดว่า ซักวัน เมล็ดพันธุ์ต้นไม้แห่งความสุขจะมีโอกาสได้เติบโตเป็นต้นกล้า
และในไม่ช้ามันก็จะสามารถผลิดอกออกผลให้ทุกๆคนได้ชื่นชมกันอย่างแน่นอน
-----------------------------------------------------------------------------
จะอยู่เป็นคนสุดท้ายของเธออยู่ตรงนี้ ... แม้ว่าเธอไม่มีใคร
จะอยู่ดูแลความรักเพื่อเธอ ..... ให้เธอได้ชื่นใจ
อยู่เป็นดอกไม้ในใจเธอ ........ อยู่เป็นดอกไม้ในใจเธอ ....
เพลง : ดอกไม้ในใจเธอ
ศิลปิน : บัวชมพู ฟอร์ด
Tags: flexible, friendship, love, mottos, relationship, thoughts4 Comments

