อาบน้ำมนต์สะเดาะเคราะห์(?)
posted on 02 Nov 2009 19:45 by firu
วันที่ 29 ตุลา .. แม่นิมนต์พระสงฆ์มาอาบน้ำมนต์ให้คนที่บ้าน ..
จุดประสงค์ของการอาบน้ำมนต์ก็คือ เพื่อสะเดาะเคราะห์
ให้ความทุกข์ความโศกมันเพลาๆลงไปบ้าง
วันนั้นตื่นแต่เช้าไปซื้อของสดที่จำเป็นกับการอาบน้ำมนต์ (ผลไม้ ดอกไม้ ขิงข่า ฯลฯ)
นี่ถ้าไม่ขับมาด้วยตัวเองก็ไม่อยากจะเชื่อเลยแฮะว่ากิมหยงตอนเช้าๆก็ยังหาที่จอดรถแทบไม่ได้
ส่วนข้าวเหนียวหมูปิ้งนั่นได้เป็นของฝากจากคนที่ลงไปซื้อดอกไม้ 
กลับมาถึงบ้าน ทุกคนก็ช่วยกันจัดเตรียมของไว้สำหรับไหว้พระสวดมนต์
และในระหว่างที่มือทุกคนกำลังวุ่นๆอยู่นั่นเอง
น้องชายตัวดีอายุ 2 ขวบ ก็ได้ยินเสียงลุงสตาร์ทรถจะออกจากบ้าน
จากนั้นเค้าก็รีบวิ่งผลักประตูเหล็ก(หนักๆ)จะออกไปตรงพื้นที่จอดรถ
ผู้ใหญ่ก็บอกกันแล้วว่า "เจเจ! อย่าออกไป!!"
แต่ก็นะ ... บอกเด็กไปมันก็เท่านั้นแหละนะ เด็กมันไม่ฟัง
เราน่ะ กลัวน้องโดนประตูเหล็กหนีบเท้า
(อย่างที่เราเคยโดนประตูบานนั้นหนีบเอาจนได้แผลเย็บไปหลายเข็มสมัยเรา 3-4 ขวบ)
ไอ้เราก็เลยรีบวิ่งไปจับประตูเหล็กเอาไว้ก่อนที่มันจะโดนเท้าน้อง
(เด็กมันไม่มีแรงผลักน่ะนะ ประตูเลยปิดเร็วแล้วเสียวว่าจะโดนเท้าเอาทุกทีเลย)
แต่ว่าจังหวะที่หยุดประตูไว้แป๊บนึง มันก็มีช่องเล็กๆแง้มออกไปทางที่จอดรถแล้ว
น้องมันตัวเล็ก มันก็ลอดออกไปได้ ส่วนเราก็ยังติดแหง่กอยู่ตรงประตูเหล็ก(หนักๆ)นั่น
แล้วก็นะ รถที่ลุงขับมันคือโตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ .. คันก็ไม่ใช่เล็ก
ที่นั่งคนขับมันสูงน่ะ .... เวลามีอะไรซักอย่างอยู่ในระยะประชิดตัวรถมากๆ
คนขับก็ใช่ว่าจะมองเห็น ...
คุณน้องชายก็ซ่าเหลือเกิน ออกจากประตูไปได้ก็วิ่งปรี่พุ่งเข้าไปทางตัวรถเลย
อีกนิดเดียวก็จะถึงรถแล้ว ...... อ๊ะ! น้องพี่!! อย่าวิ่งไป เดี๋ยวโดนรถเหยียบเอา!!!
/me รีบผลักประตูออกไปให้พ้นตัว แล้ววิ่งตามน้องไปเต็มแรง
แต่ผลปรากฏว่า แค่ไม่กี่ก้าวจากประตูเหล็กบานนั้น เราก็ลื่นล้มไม่ไปท่าซะก่อน
เพราะตรงที่จอดรถมันนองไปด้วยน้ำฝนที่ไหลลงมาจากรถ
(เมื่อหัวค่ำคืนที่ผ่านมา..ที่หาดใหญ่ฝนตกหนักน่ะ รถเลยเปียกโชกไปทั้งคันเลย)
แล้วน้ำก็ไม่ได้เปียกแต่เฉพาะตรงล้อรถ
แต่มันไหลนองมาบริเวณข้างเคียงด้วยจนถึงแถวๆหน้าประตูสำนักงาน & ทางเดิน
(ก็คิดๆอยู่ว่าผ่านไปตั้งคืนนึงแล้วมันยังแห้งไม่หมดอีกเรอะ =_='')
ยอมรับว่า จากการล้มเองในคราวนี้ ทำให้เข้าใจแล้วว่า
ทำไมแค่ล้มบนพื้นเรียบๆแล้วทำให้คนปวดกล้ามเนื้อไปหลายวันได้
อืม กระดูกเราน่ะไม่เป็นไร ไม่ถึงขั้นแตกหัก
แต่เอ็นตรงข้อมือซ้ายกับข้อเท้าซ้ายน่ะสิ ''orz ได้เรื่องเจ็บ(ซ้ำซาก)อีกแล้ว 
ข้อมือซ้าย กับข้อเท้าซ้ายบวมเป่งเลย (โฮ)
ส่วนความเสียหายตรงอื่นๆก็ ...
เข่าทั้ง2ข้างช้ำม่วง (โดยเฉพาะเข่าซ้าย บวมปูดอย่างเห็นได้ชัด)
ศอกทั้ง2ข้างถลอกแดงเป็นแนวยาว (โดยเฉพาะศอกซ้าย)
เท้าขวา....เอ่อ....เป็นแผลเปิดเลือดไหล...จนเห็นเนื้อแดงๆ
(พูดง่ายๆก็เนื้อหลุดไปบางส่วนนั่นเอง)
งานนี้เนี่ย ...อกลงกระแทกพื้นด้วย
จุก........ลุกไม่ขึ้นไปนาทีกว่าๆ ...
คนอื่นๆจะมาช่วยดึงตัวขึ้นจากพื้นทันทีก็ไม่ได้นะ
มันยิ่งหายใจไม่ออกน่ะ....
ต้องรอซักพักนึงก่อน ให้ร่างกายปรับตัวได้ แล้วค่อยๆลุกขึ้นมาเอง
(จำไว้นะ ถ้าพบเห็นใครเพิ่งล้มอกกระแทกพื้นมาหมาดๆ อย่าไปรีบดึงเค้าขึ้นมาเชียว
เพราะมันจะยิ่งทำให้เค้าทรมานมากขึ้น)
(-_-)'' จริงๆแล้วเนี่ย หลังล้มไปได้ซักพักก็มีอาการปวดหัวแปล๊บๆเป็นระยะๆอยู่พักนึง
แต่พอตกเย็น ก็ไม่ปวดหัวแล้ว ... เลยคิดว่าไม่เป็นไร(มั้ง?)
เพราะชัวร์ว่าหัวไม่ได้กระแทกพื้นด้วย
สรุปว่า ไม่รู้เวรกรรมอะไร
ร่างกายซีกซ้ายเจ็บหนักกว่าซีกขวาอีกแล้ว
แล้วก็เจ็บซ้ำซากอยู่แต่ตรงที่เดิมๆ
สุดท้าย ก็ได้ไปนั่งยืดขา พักเข่าอยู่ตรงกลางบ้าน
แล้วพระก็ถามว่า เป็นอะไรมากมั้ยโยม?
/me อาย..................... อายเป็นบ้าเลย ...... 
แต่ ........ ผลจากความพยายามมันก็โอเค............(ล่ะมั้งนะ?)
ก็ตอนที่เงยหน้าขึ้นมาจากพื้นได้เนี่ย เห็นน้องหยุดอยู่ตรงกลางทาง
ไม่วิ่งต่อไปทางรถ แล้วเค้าก็หันหน้ามาจ้องเรา
แล้วก็จ้องอยู่นั่นแหละ....
(คงสงสัยว่าทำไมพี่สาวเค้าไปนอนเอาแก้มแนบพื้นพสุธาอยู่แบบนั้นล่ะมั้ง?)
แต่ก็จริงๆนะ .. ตอนที่ล้มเนี่ย
รู้ตัวอีกทีคือ
"เฮ้ย!! ทำไมเรามานอนแก้มแนบพื้นอยู่ตรงนี้ได้ล่ะเนี่ย!? แล้วน้องล่ะ!? หายไปไหนแล้ว!?"
...............อะไรแบบนั้นแหละนะ (- , -)/
ได้แผลสดแล้วต้องมาโดนน้ำราดใส่แบบนี้
อ๊าก!! นี่มันคราวเคราะห์หรือว่าเป็นทางให้พ้นเคราะห์กันแน่เนี่ย~~~~!? 
คนในภาพนั่นลุงเราเอง ไม่ใช่เราหรอก (- , -)\=/
ชุดอุปกรณ์ทำแผลเบื้องต้น
แซมบั๊คบรรเทาอาการบวมช้ำได้ดีกว่าที่คิดแฮะ
ก็หวังว่า จากนี้ไป .... เคราะห์โศกทุกขังนานาประการจะน้อยลงไปบ้างน้า ..
(-/\-) เพี้ยง!