วันพฤหัสที่9ก.ค.กิฟท์จะถึงกทม. ในขณะที่เราติดธุระกับผู้ใหญ่พอดี (ทำไมมากทม.วันเดียวกันเสมอๆเลยนะ เป็นแบบนี้ประจำเล้ย) .... | .... สังเกตมานานทั้งชีวิตตั้งแต่ยังเด็กๆ วันไหนเพื่อนจะมาอยู่ในละแวกใกล้เคียง วันนั้นเราแทบไม่เคยได้ว่างตรงกับชาวบ้านเขา .. จนต้องปลง .. ต้องปลงสถานเดียว .... | .... อย่าว่าแต่กิฟท์เล้ย จะอิน จะบิว จะตาล อ้อย ออย ซอ เก๋ ฯลฯ + รุ่นพี่ทั้งหลาย ก็มาแนวเดียวกันหมด .... ตอนกลับไปบ้านเกิดหรือไม่ก็ตอนไปเชียงใหม่ก็แล้วแต่ เราพยายามโทรหาเพื่อนๆ แล้วเพื่อนๆก็มักจะบอกกันว่า "เพิ่งขึ้นมาส่งรายงาน/อบรมที่กทม." .. เราเลยถามต่อว่า "งั้นจะกลับบ้านวันไหน? เราจะได้นัดทานข้าวด้วยกันบ้าง" .. สรุปว่า วันที่เพื่อนๆจะทยอยกันกลับมาก็คือ หลังวันที่เราต้องเดินทางกลับกทม.แล้วน่ะสิ .. เอวัง .... ชีวิตสวนทางกันตลอดแบบนี้ ใครจะช่วยอะไรได้ .... ถือซะว่าเวลางานกับเวลาส่วนตัวมันไม่อำนวยให้กันและกันก็แล้วกันนะ แต่ไม่ใช่ไม่พยายามนา เราว่าเราเป็นคนพยายามเพื่อให้ได้พบคนที่อยากเจอแบบสุดๆไปเลยด้วยซ้ำ .. (คิดว่าบ้านอ้อยเค้ารู้กันดี + เพื่อนๆที่มหาลัยด้วย .. นั่งรถสาธารณะฝ่าฝนไปสุดเมืองเพื่อให้ได้เจอกันแม้จะแค่5นาที เรื่องอะไรแบบนี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติสำหรับเราตั้งแต่ไหนแต่ไรมาแล้ว ทำมาตั้งแต่อยู่ประถมโน่น) .... | .... แต่ อย่างว่าแหละ ความทุ่มเทแบบไม่รู้จักเหนื่อย เกิดขึ้นเฉพาะกับคนที่หัวใจเรารู้สึกว่าเค้าคู่ควรกับความพยายามของเราเท่านั้น (หรือก็คือคนที่ทำให้เราเปิดใจกับเค้าได้) .... ตัวอย่างดีๆมีให้เห็นในรูปถ่ายรับปริญญาของเรา .. ครอบครัวเพื่อนสมัยประถมเค้าตั้งใจไปเชียงใหม่เพื่อไปงานรับปริญญาเรา .. ซึ่งเราก็รับรู้ได้ตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วล่ะว่า บุคคลเหล่านั้นเป็นบุคคลที่พร้อมจะเดินทางไกลเพื่อมาพบเราด้วยเช่นเดียวกัน (ไม่ใช่ว่ามีแต่เราที่เป็นฝ่ายไปหาเค้าอยู่ฝ่ายเดียว) เพราะงั้นเราถึงได้เปิดใจให้ตั้งแต่เมื่อ10กว่าปีก่อน และยอมรับว่าพวกเค้าคือคนสำคัญของเราจริงๆ .... | .... เราเห็นด้วยกับข้อความที่มีเขียนไว้ในบล็อกพี่ชวง "ความพยายามที่ถูกต้องไม่เคยไร้ค่า" (ไว้ออนไลน์กับคอมพ์แล้วจะทำลิงค์เชื่อมไปบล็อกให้นะ) .... แต่กรณีของเราคงเรียกว่า ความพยายามที่ทุ่มเทให้แก่คนที่คู่ควร จะไม่ทำให้หัวใจเรารู้สึกว่าตัวเองเป็นคนไร้ค่าที่ไม่มีใครเอา .... | .... เดือนก่อนคุยกันในวงเพื่อนเก่า หลายคนบอกเราว่า อย่างเราเป็นพวกใจดีเกินไป ใจดีแบบไม่รู้จักปฏิเสธคนให้เป็นเสียบ้าง (เบื่อจริงเล้ยเวลาคุยกับพวกรู้อดีตเรา เห็นหน้าพวกนี้ทีไรพูดไม่ออกทุกที โดยเฉพาะกับเพื่อนสมัยเด็ก) .. เราโดนถามว่า ทำไมต้องไปทำเพื่อ"คนแบบนั้น"ด้วย .... คำตอบก็คือ "ถึงคนแบบนั้นจะเข้ากับพวกเธอไม่ได้ แต่เค้าเข้ากับเราได้ดี" เหตุผลมันก็แค่นั้น .... เราไม่เห็นด้วยนะที่พูดกันว่า "คนอย่างมันดีกับใครไม่เป็นหรอก คนอย่างมันไม่เคยเกรงใจใครหรอก" .. คือ เราคิดว่า คนทุกคนย่อมมีคนที่เข้ากับตัวเค้าเองได้ดี ไม่ว่าอดีตเค้าจะเคยเป็นคนยังไง หรือปัจจุบันเค้าจะเป็นคนอย่างไร .... | .... สรุปว่า คนที่ไม่คู่ควรสำหรับเธอ อาจเป็นคนที่คู่ควรอย่างยิ่งสำหรับเราก็เป็นได้ .. พวกเธอไม่รู้หรอกว่าเวลาพวกเค้าคุยกับเรา พวกเค้าไม่เคยปากหมาใส่เราเหมือนเวลาที่อยู่กับพวกเธอเลย ฮ่าๆๆ .... | .... จะไม่เชื่อก็ได้นะ แต่เราคิดว่า สายตาเรามองออก ...... ว่าใครยังเป็นคนที่รู้จักเกรงใจหรือถนอมน้ำใจคนอื่นอยู่บ้าง .. ถ้าขืนทำตัวเป็นพวกเงื่อนไขเยอะตั้งแต่แรก มันก็คงทำให้คบคนอื่นได้ยากมากเลยนะนั่น .... | .... แต่ก็นะ ถึงจะเห็นอย่างนี้ แต่ก็ใช่ว่าเราจะใจดีกับทุกคนซะหน่อย .. ก็แค่ที่ผ่านมาเจอแต่คนที่"คู่ควรกับความพยายามของเรา"มาตลอด .. มันก็เท่านั้นเอ๊ง .... | .... ถึงแม้ว่าตอนแรกเค้าอาจจะไม่ใช่คนที่ดูเหมือนว่า"คู่ควรฯ" .. แต่ .. เราวางตัวให้เค้ารู้สึกว่า {อยากเป็นคนที่คู่ควรกับความพยายามของเรา} ก็ได้ไม่ใช่เร้อ? (ไม่ได้หมายถึงให้ไปล่อลวงให้คนตายใจอะไรแบบนั้นหรอกนะ แต่เป็นในแง่ที่แสดงความจริงใจให้เค้าเห็น อะไรแบบนั้นมากกว่า) .... ทำแบบนี้แล้วก็ช่วยให้มีซี้เยอะขึ้นมากเลย .... แต่ถ้าใครไม่สนใจอยากมีเพื่อนเยอะๆก็ไม่เป็นไร .... แต่เราสนใจของเรา มันก็แค่หนั่นแหล๊ะ .... | .... จะเรียกว่าเป็นคนโลภก็ได้นะ เพราะคำว่า " เพื่อนสนิท'แค่ไม่กี่คนก็พอแล้ว' " มันไม่เคยอยู่ในหัวเรา .... เราบอกได้เลยว่าเราอยากให้ชีวิตเรามีคนสนิทที่ไว้ใจได้หลายๆคน .. ความคิดแบบนี้เริ่มต้นคิดและเริ่มต้นทำมาตั้งแต่เราอยู่อนุบาลแล้ว ฉะนั้น เรื่องทำให้มันเป็นจริงมันก็ไม่ใช่เรื่องที่ดูเหมือนเพ้อฝันหรอก .... ลืมมันไปซะเถอะกับประโยคที่หลายๆคนชอบพูดกันว่า "ขอมีเพื่อนแท้ที่สนิทจริงๆแค่ไม่กี่คน ยังดีกว่ามีเพื่อนไม่แท้หลายคน" .... เพราะอย่างเรามันต้องมีเพื่อนแท้คนสนิทหลายคนแหงอยู่แล้ว ฮึๆๆ .. และถึงแม้ว่าเวลาว่างกับระยะทางโคตรจะเป็นอุปสรรคเลยก็เถอะ .... | .... หวังว่าซักวันจะมีอิสระกว่านี้ จะได้ไปหาเพื่อนซี้ได้บ่อยขึ้น .... | .... คิดถึงเพื่อนๆมากมาย .. อย่างที่บอกว่าหายป่วยแล้ว ไว้จะเอาหน้ายิ้มของเราไปเป็นของฝาก .. แล้วเจอกันในเร็ววันเน่อ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

นั่นสินะคะ บางครั้งดูเหมือนเวลาของเรากับเพื่อนจะไม่อำนวยเอาเสียเลย

แต่ทำไมพี่ไม่ลองหาเวลาที่เขาจัดกิจกรรมอะไรใหญ่ๆ และพวกพี่ก็ชอบไปเที่ยวด้วยกันบ้างละคะ แบบนั้นน่าจะหาเวลาที่ว่างตรงกันได้ง่ายกว่านะคะ (เพราะทุกคนน่าจะกระเสือกกระสนเพื่อให้ว่างสำหรับงานนั้น)

#1 By Alizzabeth on 2009-07-07 10:14

ฮะฮะ ชีวิตมันก็งี้แหละ มันก็มีช่วงเวลาที่ว่างตรงกันว่างไม่ตรงกัน แต่รู้ว่าในใจเราคิดถึงกันก็พอแล้วนี่ จะครอบครัว ญาติ เพื่อน ฯลฯ ถ้ามีสายใยที่ทำให้คิดถึงห่วงใยกันได้นั่นก็ประเสริฐแท้แล้ว เหลือแค่รอให้โชคอำนวยให้ว่างตรงกันแล้วไปเริงร่ายิ้มระรื่นชื่นมื่นกันเท่านั้นแหละ : )

#2 By บัส on 2009-07-07 11:17

-___- ก็ในวัยที่ทุกคนว่างพอมาจัดกิจกรรมเจอกัน ไอ้เราก็ได้แต่ติดแหงกอยู่แต่กับทางบ้านไปไหนไม่ได้เลยไง .. ส่วนปัจจุบันนี่ก็วัยทำงานแล้ว ถึงจะมีโอกาสแบบนั้นจริงแต่มันก็จัดกันในที่ที่พี่ไปไม่ได้เสมอๆเลยน่ะสิ อย่าว่าแต่นัดส่วนตัวกันเลย .... พอถึงเวลานัดเป็นกลุ่มใหญ่ ชีวิตทางนี้ก็เดินทางสวนทางกับเพื่อนๆหมู่มากตลอด หึๆๆ ..... | ..... อะไรบางอย่างนี่เรียกได้ว่า ถึงแม้จะอยากเจอให้ได้ ไม่ว่ายังไง้ยังไงก็อยากเจอให้ได้ แต่สุดท้ายก็ไปเจอไม่ได้อยู่ดี .. ทำนองนั้นแหละ .... เรื่องว่างไม่ถึงกันเป็นอะไรที่ปกติสามัญ เข้าใจๆ แต่เฮ้ย เกินไปหน่อยมะ ตั้งแต่เด็กยันอายุขนาดนี้แล้วก็ยังว่างไม่ตรงกันอีกเร้อ? เราเป็นเพื่อนสนิทกันได้ยังไงมาตั้ง20กว่าปี แสดงว่าความผูกพันเหนียวแน่นมากไม่มะ? .. แต่เพราะยิ่งผูกพันไง ถึงได้มานั่งเซ็งเป็น5เท่าในเวลาที่ไม่ได้เจอกัน .... มีอย่างนี่ไหน เพื่อนสนิทที่ปีปีหนึ่งเจอหน้ากันนับครั้งได้ .. แหม คนอย่างฉันก็โหยหาความใกล้ชิดเป็นเหมือนกันแหละน่า จะว่าไป ใน1ปีที่ผ่านมาเราเจอบัสบ่อยกว่าเจออินในระยะเวลา5ปีรวมกันซะอีก :-( เฮ่อ